วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดลับน่ารู้ วิธีกำจัด รอยเปื้อน บนเสื้อผ้า

เปื้อนยา กำลังกินยาแล้วทำยาหกรดเสื้อ ให้ใช้น้ำเย็น ๆ ล้างออก จากนั้นซักผ้าตามปกติ

เปื้อนเบียร์ กำลังซดเบียร์หรือกำลังรินเบียร์ให้สุดที่รัก แต่เบียร์เจ้ากรรมดันหดรดเสื้อผ้า ให้คุณรีบใช้ผ้าชื้นถูออกโดยเร็วหรือใช้น้ำล้างออก จากนั้นซักผ้าตากปกติ

เปื้อนเลือด เนื่องจากเลือดมีโปรตีน จึงไม่ควรใช้น้ำร้อนเช็ดล้าง ควรใช้น้ำเย็นและสบู่ล้างออก หากเป็นผ้าไหม ให้ใช้แอลกอฮอล์ค่อย ๆ เช็ดอย่างระวัง เปื้อนน้ำดำ ให้ใช้ผ้านุ่มกับน้ำสบู่เช็ดถูออกหรือใช้ผ้าชื้นเช็ด จากนั้นซักผ้าตามปกติ

เปื้อนน้ำยาดับกลิ่นตัว สาวๆ หนุ่มๆ มักมีปัญหากับการที่น้ำยาดับกลิ่นตัวเปื้อนติดเสื้อผ้า โดยเฉพาะรักแร้ วิธีแก้ไขก็คือ ให้ใช้น้ำส้มสายชูเจือจางล้างบริเวณที่เปื้อนออกโดยใช้มือ จากนั้นซักผ้าได้ตามปกติ        

Read More

     

ของขวัญ

ถ้าพูดถึง ของขวัญ เรามักนึกถึงสิ่งของที่เรามอบให้กันในวันสำคัญต่าง ๆ แต่อันที่จริงแล้ว ยังมีของขวัญที่เราสามารถมอบให้กันได้ทุกวัน โดยไม่เสียเงินเลย

ของขวัญล้ำค่าเหล่านี้ ไม่ต้องรอมอบให้กันในช่วงเทศกาล เราสามารถมอบให้ผู้อื่นได้ตลอดปี และเมื่อเรามอบของขวัญนี้แก่ผู้ใดแล้ว ผลที่ได้รับมีคุณค่ามากมายมหาศาล ทั้ง ๆ ที่เราไม่ต้องลงทุนซักแดงเดียว เรามาลองดูรายละเอียดของกิฟต์เซ็ต ชุดนี้กันดีกว่า

ของขวัญจากการฟัง : จงตั้งใจฟังผู้อื่นให้มาก อย่าขัดจังหวะการพูด หรือขัดคอผู้อื่น พูดให้น้อย ฟังให้มาก

ของขวัญจากภาษากาย : อย่าอายที่จะแสดงความรักต่อครอบครัวหรือเพื่อนของคุณ การแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บอกให้พวกเขารู้ถึงความสนิทสนมที่คุณมีให้ จับมือ, โอบไหล่, สวมกอด, หอมแก้ม ฯลฯ

ของขวัญจากความเบิกบาน : แบ่งปันเสียงหัวเราะและความสนุกสนาน ให้คนรอบข้าง มีเรื่องสนุกอย่าแอบหัวเราะคนเดียว

ของขวัญจากการเขียน : กระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง เช่น ?ฉันรักคุณจังเลย? ... ?ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ? ... จะสร้างความรู้สึกดี ๆ ให้แก่คนอ่านได้ไม่น้อย

ของขวัญจากคำชม : ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ไม่ว่าใครก็อยากได้รับคำชม เช่น ?ผมทรงนี้ดูดีจัง? ?กับข้าวอร่อยมากเลยนะ? ?ผอมลงรึเปล่า ดูดีขึ้นเยอะเลยนะ? แต่อย่าชมจนเว่อร์ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นคนไม่จริงใจ

ของขวัญจากความมีน้ำใจ : ความจริงคนเราทุกคนล้วนมีน้ำใจ สภาพสังคมที่แก่งแย่งแข่งขันอยู่ตลอดเวลา ทำให้น้ำใจของหลายคนเกิดอาการ ?หลับใน? การแบ่งปันให้กันจะทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้นนะ

ของขวัญจากเวลาส่วนตัว : บางเวลาคนเราก็อาจอยากอยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง อย่าลืมเคารพสิทธิ์ผู้อื่นด้วย ปล่อยให้เขาอยู่คนเดียวเมื่อเขาต้องการ

ของขวัญจาการให้กำลังใจ : คนเรายามที่จิตใจท้อแท้ ก็เหมือนรถน้ำมันหมด วยเติมกำลังใจให้คนอื่นทุกครั้งที่มีโอกาส ?ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวก็มีทางแก้? ? ยากกว่านี้เธอยังทำได้เลย? สักวันรถของคุณเองก็อาจขาดน้ำมันเหมือนกันก็ได้

ของขวัญจาก มธุรสวาจา : คำพูดดี ๆ ทำให้เกิดความประทับใจต่อกันได้ดี อย่าลืมคำพื้นฐานอย่าง ?ขอบคุณ? ?ขอโทษ? ?ไม่เป็นไร? เพราะคุณเองก็คงอยากฟังคำพูดดี ๆ จากคนอื่นบ้างเหมือนกัน

เห็นไหมว่า เรามีของขวัญมากมายอยู่กับตัวที่สามารถหยิบยื่นให้แก่กัน ได้ทุกที่ทุกเวลา ลองมอบให้คนข้าง ๆ ซักคนละชิ้น สองชิ้น เริ่มต้นจาก การยิ้มให้กันก่อน ยิ้ม เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพและเรื่องราวดี ๆ อีกมากมาย        

Read More

     

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552


ส่วนที่จะให้แสดง
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น เนื่องจากมีอิทธิพลของฮอร์โมนเพศ ที่เพิ่มขึ้นไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากขึ้น แต่บางคนคิดว่าตัวเองพ้นวัยรุ่นมานานแล้ว ทำไมยังหน้ามันไม่หายสักที นั่นเป็นเพราะยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง ที่ส่งผลต่อความมันบนใบหน้า ความเครียด, การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในหญิงมีครรภ์, ความร้อน และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม
ส่วนที่เหลือ
*ส่วนความเชื่อที่ว่าการรับประทานของมันๆ*เช่น ขาหมู, ไอสกรีม, กะทิ แล้วจะทำให้หน้ามันนั้นเป็นการเข้าใจผิดค่ะ เพราะเป็นไขมันคนละชนิด กับที่หลั่งออกมาสู่ผิวหนัง*ปัญหาที่พบคู่กันกับคนหน้ามันคือ*รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน และหลั่งออกสู่ผิวหนังที่มากขึ้น เพราะถ้าไขมันเหล่านี้ไม่สามารถระบายออกไปได้ ก็จะเกิดการอุดตันเกิดเป็นสิวตามมาให้กลุ้มใจอีกเรื่อง*การดูแลรักษาผิวหน้า สำหรับคนหน้ามัน*1. ควรล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2-3 ครั้งก็พอ เพราะการล้างหน้าบ่อยเกินไป กลับจะเป็นโทษคือทำให้ผิวหน้าอักเสบระคายเคืองได้ ในระหว่างวันถ้ารู้สึกรำคาญหน้ามันก็อาจใช้กระดาษซับมันช่วยได้ สบู่หรือโฟมที่เลือกใช้ควรผลิตสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ หรืออาจใช้เป็นสบู่เด็กก็พอ ไม่ควรใช้สบู่ที่ฟอกแล้วหน้าตึงมาก2. ครีมบำรุงหรือครีมให้ความชุ่มชื้น ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำมัน (Oil-free) และไม่อุดตันรูขุมขน (Non-Comidogenic) และควรมีสารป้องกันแสง UV ที่จะมาทำลายผิวด้วย3. การแต่งหน้า ถ้าเป็นไปได้แป้งที่เหมาะสม สำหรับคนหน้ามันก็คือแป้งฝุ่น แต่ถ้าจำเป็นต้องแต่งหน้าก็อาจใช้แป้งฝุ่นก่อนจึงค่อยแต่งหน้า การเลือกใช้รองพื้นควรใช้ชนิดที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ (Water Based) และปราศจากน้ำมัน (Oil-free)ถ้าปฏิบัติด้วยวิธีดังกล่าวแล้วยังมีหน้ามันมาก มีรูขุมขนกว้างหรือมีสิวขึ้นจนขาดความมั่นใจ ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพราะคุณหมอจะมียาทาบางชนิดที่ช่วยลดการทำงานของต่อมไขมัน ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ที่อุดตันตามรูขุมขนออกไป เช่น ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ, AHA, BHA ฯลฯ ทำให้ผิวหน้าดูดีขึ้นส่วนยารับประทานที่ควบคุมความมันบนใบหน้า เป็นยาอันตรายนะคะ! ซื้อทานเองหรือเอาไปแบ่งเพื่อนทานก็ไม่ได้ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดเท่านั้น
       

Read More

     

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2552

ใจ 5 ประการที่ควรเลี่ยง


ใจ 5 ประการที่ควรเลี่ยง

เราคงเคยได้ยินคำว่า ใจเป็นนาย กายเป็นบ่าว ซึ่งหมายถึง การกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ถูกกำหนดโดยใจเรานั่นเอง ว่าเราต้องการทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร การกระทำของเราจะดีจะชั่ว เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ถูกหรือผิด จึงขึ้นอยู่กับใจเรานี่แหละว่ามีเจตนาเช่นไร
ในที่นี้อยากบอกเล่า ใจ 5 ประเภทที่ สาว First ควรเลี่ยงและไม่ควรเป็น เพราะจะทำให้เรากระทำไม่ดี ทำไม่ถูกต้อง ตัดสินใจผิดพลาด และอาจหมายถึงการดำเนินชีวิตผิดพลาด ครอบครัวล้มเหลว
ประเภทที่ 1 ใจเบา หมายถึง คนที่เชื่อใครง่ายๆ เรามักพูดถึงคนประเภทนี้ว่า พวกหูเบา ได้ยินมาไม่เคยได้คิดไตร่ตรองว่าควรเชื่อหรือไม่ หรือต้องตรวจสอบก่อนหรือเปล่า ถ้าเราเป็นคนเช่นนี้ คงเล่นกับข่าวทั้งวัน คำครหานินทานี่แหละชอบนัก สุดท้ายอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ดีไม่ดีต้องเสียเพื่อนเสียลูกน้อง ที่หนักกว่า ก็คือ อาจต้องเสียคนรัก เพราะความหูเบาของเรานี่แหละ
ประเภทที่ 2 ใจรั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเชื่อมั่นตนเองเกินไป จนไม่ฟังความเห็น ข้อแนะนำหรือข้อท้วงติงจากผู้อื่น พวกคนดื้อรั้นอาจสูญเสียโอกาสดีๆ งามๆ ไป เพราะคิดว่าตัวเองถูกเสมอ หรือบางครั้งก็ห่ามเกินไป ไม่ดูจังหวะจะโคน สร้างความเสียหายได้เช่นกัน

ประเภทที่ 3 ใจชอบยึดติด คนแบบนี้จะกลัวการเปลี่ยนแปลง ไม่กล้าคิดทำสิ่งใหม่ๆ หรือพูดง่ายๆ พวกติดกรอบ ไม่กล้าคิดนอกกรอบกลายเป็นกบในกะลา ถ้าเราเป็นพวกแบบนี้คงหาความก้าวหน้าในชีวิตยาก เพราะจัดอยู่ในพวกหญิงโบ(ราณ) เป็นแน่แท้

ประเภทที่ 4 ใจผูกพยาบาทจองเวร พวกนี้คิดอยู่เสมอว่า แค้นต้องชำระ เพราะฉะนั้นถ้าใครทำให้โกรธหรือเจ็บแค้น จะจดจารึกไว้ในสมองอย่างดี และคอยหาจังหวะล้างแค้นกลับ เพราะฉะนั้น ใจจึงมีแต่ทุกข์ ในทรวงมีแต่ไฟ หามีสุขไม่
ประเภทที่ 5 ใจบาป คิดแต่จะเอาเปรียบและมุ่งร้ายต่อผู้อื่น ขอเพียงแต่ทำแล้วตนได้ดีเป็นใช้ได้ ใครเดือดร้อนฉันไม่สน ไม่คิดถึงใจเขาใจเราเอาแต่ใจตนเอง พร้อมที่จะใช้คนอื่นเป็นสะพานข้ามไปสู่ความสำเร็จ เหยียบได้เหยียบ ข้ามได้ข้าม
ใจทั้ง 5 ประเภทนี้จึงควรเลี่ยง อย่าให้มาครอบงำจิตใจเราได้ ทางแก้ไม่ยาก คิดตรงข้าม อย่าใจเบาหูเบา ฟังแล้วคิดไตร่ตรอง รับฟังความเห็น ไม่ยึดติด รู้จักให้อภัย และที่สำคัญ มีใจเมตตา ถ้าทำได้ตามนี้ ได้เป็นสาวดีเลิศประเสริฐศรีเป็นแน่แท้
       

Read More

     

ให้อย่างมีคุณค่า

ให้อย่างมีคุณค่า

"การให้ จะเป็นเหตุที่ทำให้ทั้งผู้รับ และผู้ให้ มีความสุข"
สำหรับผมแล้ว "การให้" (GIVE) ที่ก่อให้เกิดสุข ควรมีลักษณะดังนี้
Gladly (ให้ด้วยใจยินดี)
Impartially (ให้อย่างไม่ลำเอียง)
Voluntarily (ให้ด้วยความสมัครใจ)
Expecting Nothing Back (ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน)
การให้เช่นนี้ เป็นการให้ที่ "มีคุณค่า"


มีชาย 2 คน ทั้งคู่เป็นคนไข้ในโรงพยาบาลเดียวกัน อยู่ในห้องพักคนไข้รวม 2 เตียงในห้องเดียวกัน ทั้งคู่ต่างมีอาการเจ็บป่วยที่สาหัสพอๆ กัน หนึ่งเป็นโรคปอดบวมขั้นสุดท้าย หมอแนะนำให้เขาลุกขึ้นนั่งบนเตียงวันละ1 ชั่วโมงในช่วงบ่ายทุกวัน เพื่อช่วยให้การละลายเสมหะจากปอดไหลลื่นได้ดีขึ้น เตียงคนไข้ปอดบวมตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ส่วนเตียงของเพื่อนร่วมห้องตั้งอยู่อีกฟากของห้อง คนไข้ต้องนอนราบบนเตียง ไม่สามารถลุกขึ้นนั่งได้ ทั้งสองคนฆ่าเวลาไปวันๆ ด้วยการพูดคุยกันในเรื่องต่างๆ ตั้งแต่เช้าจนถึงเวลานอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบ้าน ครอบครัว การงานที่เคยทำก่อนล้มเจ็บ ชีวิตในระหว่างที่เป็นทหารในกองทัพบก ฯลฯ ทุกๆ วันในช่วงบ่าย คนไข้โรคปอดจะลุกขึ้นนั่งและมองไปนอกหน้าต่างเพื่อระบายเสมหะตามคำแนะนำของแพทย์เขาก็จะบรรยายสิ่งที่มองเห็นข้างนอกหน้าต่างให้แก่เพื่อนร่วมห้องฟัง การได้รับฟังเรื่องราวจากภายนอกนี้ได้กลายเป็นความสุขอย่างเดียวที่คนนอนเจ็บอีกฟากห้องจะมีโอกาสได้รับในแต่ละวัน เวลาหนึ่งชั่วโมงช่วงบ่ายจึงกลายเป็นเวลาแห่งการรอคอยของคนไข้ที่นอนเจ็บอยู่ เขาจะได้รับฟังข่าวสาร การเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหรือได้สัมผัสโดยตรง คนไข้โรคปอดที่อยู่ริมหน้าต่าง เล่าให้เพื่อนว่า สิ่งที่เขาเห็นนอกหน้าต่างเป็นสวนสาธารณะสวยงาม มีทะเลสาบกว้างขวางใหญ่โต มีเป็ดสีขาวระเริงเล่นในน้ำ มีสวนดอกไม้บานสะพรั่ง ปลูกเป็นหย่อมๆ ดูสวยงามทั่วไป ในทะเลสาบมีเรือพายล่องลอยไปมาดูผู้คนในเรือช่างมีความสุขยิ่งนัก หญิงสาวชายหนุ่มเดินคลอเคลียกันไปมาหลายคู่ ช่างดูมีความสุขสดชื่นกันเหลือเกิน ริมทะเลสาบมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ทำให้ทั่วทั้งบริเวณร่มรื่น และถ้ามองออกไปไกลๆ จะแลเห็นตึกรามบ้านช่องสวยงามอยู่ไกลออกไป ทุกอย่างล้วนดูสวยงามเป็นยิ่งนัก ในขณะบรรยายความงดงามของธรรมชาติจากภายนอกอยู่นั้น คนเจ็บอีกฟากก็หลับตานึกสร้างมโนภาพตามเรื่องที่ได้รับฟัง ทำให้เขามีความสุขสดชื่นยิ่งนัก เสมือนหนึ่งตนได้เข้าไปอยู่ในสวนสาธารณะด้วยตนเองทีเดียว ในช่วงบ่ายวันหนึ่ง คนไข้ริมหน้าต่างได้บอกเพื่อนร่วมห้องอีกฟากว่า กำลังมีขบวนแห่สวยงามเดินผ่านไป แม้ว่าคนนอนเจ็บจะไม่ได้ยินเสียงดนตรี แต่เพราะเพื่อนได้บรรยายความสวยงามของขบวนแห่อย่างละเอียดลออ จนเขาสามารถเห็นภาพในใจได้อย่างชัดเจนราวกับเห็นด้วยตาตนเองทีเดียว


เหตุการณ์ในทำนองนี้ได้เกิดขึ้นวันแล้ววันเล่า เช้าวันหนึ่งเมื่อนางพยาบาลเดินมาที่เตียงคนไข้ริมหน้าต่าง เพื่อเช็ดตัวให้ตามปกติ ปรากฏว่าคนไข้สิ้นลมเสียแล้ว เธอรู้สึกเสียใจเพราะคนไข้ผู้นี้มีนิสัยที่ดี ไม่เคยทำตัวเป็นภาระแก่เธอโดยไม่จำเป็น เมื่อบุรุษพยาบาลนำร่างอันไร้วิญญาณออกไปแล้ว เตียงริมหน้าต่างก็ว่างลง คนไข้ที่นอนเจ็บอีกฟากจึงขออนุญาตนางพยาบาล ขอย้ายเตียงไปอยู่ริมหน้าต่าง เพื่อจะได้เห็นทิวทัศน์ภายนอกซึ่งนางพยาบาลก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร เธอย้ายเตียงคนไข้ไปอยู่ริมหน้าต่างแทนเตียงเก่า หลังจากแน่ใจว่าคนไข้ไม่มีปัญหาอะไรแล้วเธอก็หันไปทำกิจอย่างอื่นในห้อง คนไข้ที่ย้ายมาริมหน้าต่างรู้สึกดีใจมาก เขาพยายามยันตัวในท่านั่ง เพื่อจะได้เห็นทิวทัศน์จากภายนอกหน้าต่าง ในใจคิดว่าต่อไปนี้เราจะได้เห็นทุกอย่างด้วยตัวเองซะที เมื่อได้มีโอกาสมองไปนอกหน้าต่าง เขากลับเห็นแต่ฝาผนังทึบกั้นอยู่ไม่ปรากฏมีทิวทัศน์สวยงามอย่างที่เคยได้ยินจากเพื่อนของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว คนไข้จึงหันมาถามนางพยาบาลว่าเพื่อนเขาที่เพิ่งเสียชีวิตไปบรรยายความสวยงามทั ้งหลายตลอดระยะเวลาอันยาวนานได้อย่างไร นางพยาบาลกล่าวแก่เขาว่า ความจริงแล้วเพื่อนของคุณที่เสียชีวิตไปแล้วนั้น เป็นคนตาบอด เขาไม่มีทางเห็นแม้กระทั่งกำแพงที่กั้นอยู่ด้วยซ้ำไป พยาบาลกล่าวยิ้มๆว่า "บางทีเขาคงพยายามให้กำลังใจคุณมากกว่า" บทสรุป การทำให้ผู้อื่นมีความสุข เป็นความสุขอย่างยิ่งสำหรับผู้ให้ ตัวเราจะเป็นอะไรไม่สำคัญ การร่วมทุกข์อาจทำให้ความทุกข์แบ่งเป็นสองส่วนได้ แต่การร่วมสุข ผลได้กลับเป็นสองเท่าเสมอ ถ้าอยากรู้สึกว่าตนเองรวย ก็ให้สำรวจสิ่งทั้งหลายที่คุณมีซึ่งไม่อาจซื้อได้ด้วยเงิน สิ่งที่คุณมีและเงินซื้อไม่ได้ก็คือ "การที่คุณมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะนี้ไง" ฉะนั้นจงทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะปัจจุบันคือ " ของขวัญ " ที่คุณทุกคนล้วนได้มาโดยธรรมชาติและเป็นสิ่งที่เงินซื้อ ไม่ได้
       

Read More

     

หน้าที่ กับ หน้าตา


หน้าที่ กับ หน้าตา

หน้าที่ กับ หน้าตาหน้าตาเป็นสิ่งที่เลือกไม่ได้ ว่าต้องมีหน้าตาอย่างนั้น อย่างนี้ หรือจะตกแต่งให้สวย หล่อ งาม อย่างไรนั้น อาจจะพอแต่งได้ แต่แล้ว ก็กลับมาเหมือนเดิม เมื่อล้าง เมื่อเปลี่ยนสภาพ ชรา แก่เฒ่าไป หรือมีโรคภัย เบียดเบียน แต่สิ่งที่สามารถดำรง คงมั่น ยั่งยืน หรือ สามารถพัฒนาเปลี่ยนแปลง เลือกได้ ทำได้ ศัลยกรรม ตกแต่ง ให้งดงาม เลื่องลือได้ ให้คนยกย่องได้จริง ๆ คือหน้าที่ หน้าที่มี ๒ ประเภท คือ หน้าที่โดยแต่ง กับ หน้าที่ อัตตโนมัติ หน้าที่โดยแต่ง คือ แต่งตั้งให้เป็นอย่างนั้น อย่างนี้แล้วแต่จะแต่ง แล้วแต่งจะตั้ง (เป็นนายก เป็น หัวหน้า เป็น นาย เป็นบ่าว เป็นรัฐมนตรี เป็นต้น เป็นหน้าที่โดยแต่ง โดยตั้ง) หน้าที่โดยอัตตโนมัติ เช่น หน้าที่มนุษย์ หน้าที่พ่อ หน้าที่แม่ หน้าที่ผัว หน้าที่เมีย หน้าที่ลูก เป็นต้น เป็นหน้าที่โดยอัตตโนมัติ คือ เมื่อเกิดมาก็ต้องเป็น ไม่เป็นไม่ได้ ทั้ง ๒ นั้น เหมือนกันตรงที่ต้องทำหน้าที่ของตนทั้งสิ้น

แต่ แต่ละคนกลับทำไม่เเหมือนกัน ดังจะว่าต่อไปนี้

หน้าที่ดีก็มีหน้าชูราศี หน้าตาดีแต่ขี้เกียจ คนเหยียดหยาม

หน้าที่นั้น สำคัญกว่า คนหน้างาม

หน้าตาดี หน้าที่ทราม ไม่งามเลย

หน้าที่ของมนุษย์ ต้องศึกษา

หน้าที่พ่อค้า ต้องรู้จักผลกำไร

หน้าที่ศิลปิน ต้องรู้จักศิลปะ

หน้าที่ของพระ ต้องรู้จักสอนมนุษย์

หน้าที่ชาวพุทธ ต้องรู้จักปฏิบัติ

หน้าที่ของผู้นำ ต้องรู้จักวินัย

หน้าที่ของผู้ใหญ่ ต้องรู้จักพรหมวิหาร

หน้าที่ของสมภาร ต้องรู้จักปกครอง

หน้าที่ของน้อง ต้องรู้จักเคารพพี่

หน้าที่ของคนดี ต้องรู้จักเว้นชั่ว

หน้าที่ของคนกล้า ต้องรู้จักความจริง

หน้าที่ของผู้หญิง ต้องรู้จักการเรือน

หน้าที่ของเพื่อน ต้องรู้จักเกรงใจ

หน้าที่ของคนใช้ ต้องรู้จักเจ้านาย

หน้าที่ของคนใกล้ตาย ต้องรู้จักพุทโธ

หน้าที่ของคนใกล้บวช ต้องรู้จักอุปัชฌาย์
       

Read More

     

กำลังใจ


กำลังใจ

"กำลังใจ" เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในสามีของตน และให้กำลังใจเขาในยามที่เขาท้อแท้และหมดกำลังใจ เธอผู้นั้นมีนามว่า "โซเฟีย" ส่วนสามีของเธอมีชื่อว่า "นาธาเนียล"
วันหนึ่ง นาธาเนียล กลับบ้านในสภาพที่ใจสลาย เพราะถูกไล่ออกจากงาน แต่โซเฟีย เมื่อได้ทราบข่าวกลับอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดี พร้อมทั้งพูดว่า "คราวนี้ คุณจะได้เขียนหนังสือซะที"
แต่นาธาเนียลกลับถามขึ้นด้วยความลังเลว่า "แล้วเราจะเอาอะไรกินในระหว่างที่ผมเขียนหนังสือ ?"
โซเฟียผู้เป็นภรรยาสร้างความประหลาดใจให้แก่เขา ด้วยการเปิดลิ้นชัก และดึงเงินจำนวนมากออกมาให้ดู พร้อมบอกเขาว่า "ฉันรู้อยู่เสมอว่า คุณเป็นอัจฉริยะ และรู้ว่าวันหนึ่งคุณจะเขียนงานชิ้นเยี่ยมออกมา ฉันจึงเก็บออมเงินทีละเล็กทีละน้อย จากจำนวนเงินที่คุณให้ฉันไว้ใช้จ่ายภายในบ้าน และเงินจำนวนนี้พอเพียงให้เราใช้จ่ายได้ถึงหนึ่งปีเต็ม"
และด้วยกำลังใจจากภรรยา ทำให้นาธาเนียล ฮอว์ธอร์น กลายเป็นนักเขียนชื่อดังของโลก ผู้ประพันธ์นวนิยายที่ถือว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลกวรรณกรรมของชาวอเมริกัน เรื่อง "เดอะ สการ์เล็ต เล็ตเตอร์"
ในที่สุด ทั้งโซเฟีย ผู้ให้กำลังใจ และ นาธาเนียล ผู้รับกำลังใจ ต่างก็เป็นสุข
การให้กำลังใจต่อกัน อาจกระทำได้หลายช่องทาง เช่น โดยทางจดหมาย หรือการพูดจาที่ทำให้เกิดความสุขในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล บันทึกถึงการให้กำลังใจต่อกันอยู่มากมาย อาทิ
"30 เมื่อลาจากกันแล้ว ท่านเหล่านั้นก็ลงไปยังเมืองอันทิโอก และเมื่อได้เรียกคนทั้งปวงประชุมกันแล้ว จึงมอบจดหมายฉบับนั้นให้31 ครั้นอ่านแล้วต่างก็มีความชื่นชมยินดีในคำหนุนใจนั้น 32 ฝ่ายยูดาสกับสิลาสเป็นผู้เผยพระวจนะด้วย จึงได้กล่าวหนุนใจพวกพี่น้องหลายประการให้มีกำลังใจ" (กิจการ 15:30-32)
อยากเป็นสุข และทำให้ผู้อื่นเป็นสุขบ้างไหม ?
ลองให้กำลังใจแก่คนอื่น เหมือนอย่างที่คุณโซเฟีย ได้กระทำกับสามีของเธอดูสิ
       

Read More